วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

Dragon ball Gt

ดราก้อนบอลจีที (Dragon Ball GT) (ญี่ปุ่น: ドラゴンボールGT Doragon Bōru Jī Tī ?) เป็นการ์ตูนภาคต่อจาก ดราก้อนบอล Z
เพลงเปิดของดราก้อนบอลจีที (ญี่ปุ่น: DAN DAN 心魅かれてく Dan Dan Kokoro Hikareteku ?) ขับร้องโดยวง Field of View แต่งเนื้อเพลงโดย ซะกะอิ อิซุมิ นักร้องนำวง ZARD

เนื้อเรื่อง

เวลาผ่านไปหลายปี โกคูฝึกวิชากับอูบุที่วังของพระเจ้า ซึ่งอูบุเองก็มีฝีมือที่พัฒนาขึ้น เรียกได้ว่าทำเอาโกคูทึ่งในความสามารถเลยทีเดียว ปิลาฟ ศัตรูครั้งอดีตของโกคูมาหาดราก้อนบอลเพื่อที่จะครองโลก เมื่อมาถึงห้องที่เก็บดราก้อนบอลในวังพระเจ้า พวกปิลาฟแปลกใจว่าทำไมดราก้อนบอลที่พวกตนเห็นถึงมีดาวสีดำ ไม่รอช้าพวกปิลาฟจึงเรียกเทพมังกร แต่เทพมังกรเองก็มีสีแดงแตกต่างจากของเดิม โกคูหลังจากฝึกวิชาให้อูบุเสร็จรู้สึกตัวว่าทำไมฟ้ามืด แล้วก็เข้ามาที่ห้องที่พวกปิลาฟอยู่ ปิลาฟตกใจมากที่เห็นโกคู และบอกว่าถ้าโกคูยังเด็กอยู่ตนจะจัดการได้แน่นอน เทพมังกรแดงได้ยินนึกว่าเป็นการขอพร จึงบันดาลให้โกคูกลับกลายเป็นเด็กและพวกปิลาฟก็หนีไป พวกเด็นเด้เห็นก็ตกใจที่โกคูกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แต่ความทรงจำก็ยังเป็นผู้ใหญ่อยู่ โกคูจึงกลับบ้านไปหาจีจี้ที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี
ที่โลก ปังจัดการโจรปล้นธนาคารในเมือง ซึ่งปังก็โตขึ้นจากภาคที่แล้ว เมื่อโกคูมาถึงปังก็ประหลาดใจว่าเป็นใคร หากแต่เซียนเต่ามาทักโกคู ซึ่งโกคูมีศักดิ์เป็นปู่ของปังทำให้ปังเองรู้สึกแปลกๆที่รู้ว่าคุณปู่ของตนกลายเป็นเด็กและตัวเล็กกว่าปังซะอีก พอมาถึงบ้าน จีจี้เสียใจที่สามีกลายเป็นเด็ก แต่ท่านจอมเทพมาบอกข่าวร้ายว่า ดราก้อนบอลดาวดำนั้นเป็นดราก้อนบอลรุ่นแรกที่พระเจ้าสมัยที่ยังไม่ได้แยกร่างกับราชาปีศาจพิคโกโร่ทำขึ้น เมื่อใช้แล้วดราก้อนบอลทั้ง 7 จะกระจายไปในอวกาศ พวกโกคูจำเป็นที่จะต้องตามไปรวบรวมดราก้อนบอลทั้ง 7 ลูกกลับมาที่โลกภายใน 1 ปีมิฉะนั้นโลกจะพินาศ

Dangaronpa

ดันกันรอนปะ โรงเรียนมัธยมแห่งความหวังและเหล่านักเรียนมัธยมปลายผู้สิ้นหวัง สร้างจากเกมบนเครื่อง PSP ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2010 แนวสืบสวนฆาตกรรม ที่มีกฎเพียงว่า ผู้ก่อคดีฆาตกรรมแล้วไม่มีใครจับได้เท่านั้น คือ ผู้ที่รอดจากเกม ถือเป็นเรื่องแนวดาร์คๆ เรื่องหนึ่งที่น่าติดตามในฤดูร้อนนี้ ตัวเกมผลิตโดยผู้จัดจำหน่ายรายเล็ก ทำให้ไม่มีการโปรโมทมากนัก มีแต่คนชมกันปากต่อปาก จนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

เนื้อเรื่อง

โรงเรียนมัธยมปลายคิโบกามิเนะ ที่มีแต่นักเรียนมัธยมปลายที่ชำนาญอย่างใดอย่างหนึ่งแบบสุดๆ ที่จะได้เข้าเรียน แต่ทุกปีก็จะมีคนความสามารถกลางๆ ที่เข้าเรียนด้วยการจับฉลาก ตัวเอกของเรื่อง นาเอกิ มาโคโตะ เป็นผู้โชคดีที่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาแห่งนี้

วันหนึ่ง เขาถูกทำให้หมดสติและโดนจับไว้กับนักเรียนคนอื่น รวมตัวเองเป็น 15 คนที่ถูกขังในโรงเรียน โดยฝีมือของ Monokuma ตุ๊กตาหมีของเล่นซาดิสม์ เสียงกวนประสาท ซึ่งตั้งเงื่อนไขว่า การจะออกจากที่นี่ต้อง “สำเร็จการศึกษา” เท่านั้น โดยต้องก่อคดีที่ไม่สามารถจับได้ สำหรับคนที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดและเป็นคนร้ายจริงจะถูกลงโทษ (ประหาร) ด้วยวิธีการที่แปลกประหลาด แต่ถ้าตัดสินผิด ทุกคนต้องถูกลงโทษ เหลือเพียงแค่ผู้ที่ก่อคดีเท่านั้นที่หนีออกจากที่นี่ได้ ถึงแต่ละคนจะไม่ยอมทำตามโมโนคุมะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและหาทางหนีจากโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้ อีกทั้งไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกฆ่าตอนไหน การเริ่มฆ่าเพื่อเอาตัวรอดจึงเริ่มขึ้น.....

Haruhi

สึซึมิยะ ฮารุฮิ (ญี่ปุ่น: 涼宮ハルヒ Suzumiya Haruhi ?) เป็นชื่อเรียกนิยายชุดหนึ่ง แต่งโดย นาการุ ทานิกาวะ และวาดภาพประกอบโดย โนอิจิ อิโต ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสนีกเกอร์ส ในประเทศญี่ปุ่น นิยายชุด สึซึมิยะ ฮารุฮิ ได้รับการดัดแปลงเป็นมังงะลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นเอซ จากนั้นได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์การ์ตูนออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ชิบะ ในปี พ.ศ. 2549 และนำมาฉายซ้ำพร้อมกับฉายตอนที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในปี พ.ศ. 2552 นอกจากนี้ยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนตอนยาวออกฉายในปี พ.ศ. 2553

เนื้อเรื่อง

สึซึมิยะ ฮารุฮิ เป็นนักเรียนหญิงชั้นมัธยมปีที่ 4 ผู้ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆรอบตัวจากจิตใต้สำนึกได้โดยที่เธอไม่รู้ตัว เธอได้ก่อตั้งชมรมที่เรียกว่า "หน่วยเอสโอเอส" (SOS dan) ย่อมาจาก "Sekai wo Ooini moriagerutame no Suzumiya Haruhi no dan" แปลว่า "หน่วยของสึซึมิยะ ฮารุฮิ เพื่อทำให้โลกนี้สนุกสนานครื้นเครงยิ่งขึ้น" โดยมีจุดประสงค์เพื่อค้นหาปรากฏการณ์ประหลาดเหนือธรรมชาติ, มนุษย์ต่างดาว, ผู้เดินทางข้ามกาลเวลา, มนุษย์ต่างมิติ และผู้มีพลังพิเศษ ฮารุฮิได้บังคับเคียวน์ เพื่อนร่วมชั้น(ผู้เล่าเรื่อง) และสมาชิกอีกสามคน ได้แก่ หนอนหนังสือไร้อารมณ์ นางาโตะ ยูกิ, สาวน้อยขี้อาย อาซาฮินะ มิคุรุ และ นักเรียนอารมณ์ดีที่ย้ายเข้ามาใหม่ โคอิซึมิ อิซึกิ เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม หลังจากนั้นทั้งสามได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงแก่เคียวน์ ว่าไม่ได้เป็นมนุษย์ธรรมดาแต่เป็นกลุ่มที่ฮารุฮิกำลังค้นหาอยู่ นั่นคือ มนุษย์ต่างดาว, ผู้เดินทางข้ามกาลเวลา และผู้มีพลังพิเศษ ซึ่งถูกส่งมาจากองค์กรลึกลับต่างๆเพื่อศึกษาสามารถพิเศษของฮารุฮิและยับยั้งฮารุฮิจากการเปลี่ยนแปลงโลกโดยไม่รู้ตัว โดยพยายามทำให้เธอใช้ชีวิตอยู่อย่างคนปกติ

Dragon ball Z

ดราก้อนบอล Z (ญี่ปุ่น: ドラゴンボールZ Doragon Bōru Zetto, ทับศัพท์จาก Dragon Ball Z มักย่อว่า DBZ ?) เป็นภาพยนตร์อะนิเมะ ภาคต่อของการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล เริ่มออกอากาศใน ประเทศญี่ปุ่น ทางสถานีฟูจิทีวี ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2532 ถึง 31 มกราคม พ.ศ. 2539 รวมความยาวทั้งสิ้น 291 ตอน นอกจากนั้นยังมีภาพยนตร์อีก 13 ตอน และมีตอนพิเศษทางโทรทัศน์อีก 2 ตอน
ในประเทศไทย ดราก้อนบอล Z เคยออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ทาง โมเดิร์นไนน์ ทีวี ,ช่องไอทีวี/ทีไอทีวี ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2549 - 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เวลา 08.30-09.00 น. และทาง ช่อง 3(ออกอากาศต่อจากทีไอทีวี เนื่องจากการเปลี่ยนทีไอทีวีไปสู่โทรทัศน์สาธารณะ) ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2551 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 08.20-08.50 น. รวมทั้ง ทรูวิชั่นส์ (ช่องแอนิแมกซ์) และออกวางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีและวีซีดีโดย เดกซ์

Gundam 00

โมบิลสูทกันดั้มดับเบิลโอ (ญี่ปุ่น: 機動戦士ガンダム00 Kidō Senshi Gandamu Daburuō ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น 1 ในซีรีส์ กันดั้ม เริ่มออกอากาศครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ถึง 29 มีนาคม พ.ศ. 2551 มีความยาวทั้งหมด 25 ตอน และมีกำหนดการที่จะออกอากาศซีซันที่ 2 ต่อ หลังจากเว้นระยะเวลาไปช่วงหนึ่ง[1] ส่วนในประเทศไทย โมบิลสูทกันดั้มดับเบิลโอ วางจำหน่ายในรูปแบบวีซีดี-ดีวีดีลิขสิทธิ์ โดย DEX

เรื่องย่อ

โมบิลสูท กันดั้ม ดับเบิลโอ ซึ่งเป็นภาคใหม่ของซีรีส์กันดั้มนี้ ได้รับความเห็นว่าเป็นภาคที่แตกต่างไปจากภาคอื่นๆ เนื่องจากการดำเนินเรื่องที่เข้มข้นและหม่นหมอง ต่างกับภาคอื่นที่แทรกความหวังและความสดใส เนื่องจากตัวหลักของภาคนี้แทบทุกคนล้วนประสบกับอดีตที่มีแต่ความเป็นความตาย เช่น เซ็ตซึนะ เอฟ เซเอ ที่ต้องทำสงครามแต่ยังเด็ก ดังนั้นอารมณณ์ที่ตัวละครแสดงออกมาจึงเป็นแบบผู้ใหญ่ ไม่แสดงท่าทีอ่อนประสบการณ์หรือความลังเลที่จะสังหารคนในสงคราม รวมทั้งทัศนคติที่ตัวหลักมีต่อคนที่ไม่อยากทำสงครามด้วย เช่น การที่เซ็ตซึนะกล่าวกับซาจิ ครอสโร้ดว่า หากต้องการความสงบสุข จะต้องต่อสู้และฆ่าคนต่อไปเพื่อจบสงคราม ไม่ใช่เลือกวิธีสันติหรือการปรองดองเพื่อสันติภาพ

Yugioh Gx

เกมกลคนอัจฉริยะ GX หรือ ยูกิโอ ดูเอลมอนสเตอร์ส GX (ภาษาญี่ปุ่น: 遊☆戯☆王 デュエルモンスターズ GX; ภาษาอังกฤษ: Yu-Gi-Oh! Duel Monsters GX) เป็นการ์ตูนแนวแอ็คชั่น ภาคต่อของการ์ตูน เกมกลคนอัจฉริยะ [ยูกิโอ ดูเอลมอสเตอร์] เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่ม ยูกิ จูได ผู้เดินทางมาเข้าโรงเรียนสอนเล่นการ์ดเอกชน "ดูเอล อาคาเดเมีย" [ของบริษัท ไคบะคอโปเรชั่น] เพื่อไล่ตามความฝันในการเป็นดูเอลคิง

Dragon Ball


ดราก้อนบอล (ญี่ปุ่นドラゴンボール Doragon Bōru, ทับศัพท์จาก Dragon Ball ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ผลงานของโทริยาม่า อากิระ ลงพิมพ์ในนิตยสารโชเนนจัมป์ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 - พ.ศ. 2538 และรวมเป็นฉบับรวมเล่มได้ 42 เล่ม ในประเทศไทยเคยลงตีพิมพ์ใน ทาเล้นท์ และ ซีโร่ ในช่วงก่อนที่มีลิขสิทธิ์การ์ตูน และหลังจากนั้นได้ตีพิมพ์ในหนังสือการ์ตูนบูม ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัท เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด
เนื้อเรื่องของดราก้อนบอลเกี่ยวกับการผจญภัยของซุน โกคู ในการรวบรวมดราก้อนบอลให้ครบ 7 ลูก เพื่อขอพรหนึ่งข้อจากเทพเจ้ามังกร โดยระหว่างการเดินทางโกคูต้องพบกับเพื่อนฝูงและอุปสรรคต่างๆ
ลักษณะการดำเนินเรื่องช่วงแรก น่าจะเอามาจากเรื่องไซอิ๋ว ซึ่งกำหนดให้ซุนโกคู มีชื่อเดียวกับซุนหงอคง ให้มีปิศาจหมู อูลอน ลักษณะคล้าย ตือโป้ยก่าย
ดราก้อนบอลมีสร้างมาหลายภาคทั้งในฉบับมังงะและอะนิเมะ และยังมีการนำไปทำเป็นวิดีโอเกมหลายภาค และภาพยนตร์ ดราก้อนบอล นำแสดงโดย จัสติน แชตวินเอ็มมี รอสซัม และ โจว เหวินฟะ
และในปี พ.ศ. 2552 ดราก้อนบอล ได้ถูกนำมาสร้างใหม่ขึ้นอีกครั้งในชื่อว่า ดราก้อนบอล ไค โดยจะนำเนื้อหาของภาค ดราก้อนบอล Z มาสร้างใหม่ในระบบ High Definition Television (โทรทัศน์ความละเอียดสูง) เนื้อหาจะถูกตัดต่อใหม่ ให้กระชับฉับไวขึ้น เสียงประกอบ และ ดนตรี จะแต่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมดให้เหมาะกับยุคนี้ แต่ยังคงใช้นักพากย์เดิม และจะเริ่มออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายนพ.ศ. 2552 เวลา 09.00 น. (ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น) 

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

Toriko

โทริโกะ (ญี่ปุ่นトリコ ในชื่ออังกฤษ Toriko ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น เขียนโดย มิตสึโทชิ ชิมาบุคุโระ เริ่มลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และลงตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ได้รับการจัดพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนมาแล้ว

เนื้อเรื่อง[แก้]

โลกอยู่ในยุคกรูเมต์ ซึ่งวิทยาการทางอาหารเจริญถึงขีดสุด เป็นยุคสมัยที่อาหารขับเคลื่อนทุกสิ่งและวัตถุดิบหายากมีคุณค่ามหาศาล จึงได้ถือกำเนิดอาชีพ "นักล่าอาหาร" ซึ่งมีหน้าที่ค้นหาวัตถุดิบหายากที่มีอยู่มากมายทั่วโลก และในยุคนี้ เมื่อพ่อครัวหนุ่ม "โคมัตสึ" ได้พบกับ"โทริโกะ" หนึ่งในจตุรเทพนักล่าอาหาร ผู้มีความปรารถนาที่จะค้นหาสุดยอดวัตถุดิบเพื่อจะมาเติมเต็มฟูลคอร์สของตนเอง การผจญภัยเพื่อตามล่าสุดยอดวัตถุดิบมากมายจึงได้เริ่มขึ้น

Naruto

นินจานารูโตะ หรือ นารูโตะ นินจาจอมคาถา หรือ นารุโตะ (ญี่ปุ่นナルト Naruto ?) เป็น การ์ตูนญี่ปุ่น เนื้อหาเกี่ยวกับนินจา เรื่องและภาพโดย มาซาชิ คิชิโมโตะ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 ในนิตยสาร "โชเนนจัมป์" ในประเทศญี่ปุ่น โดยมีโครงเรื่องเดิมมาจากผลงานที่คิชิโมโตะเคยเสนอให้สำนักพิมพ์ในปี 2540 ต่อมาได้ถูกสร้างเป็น อะนิเมะ และ เกม หลายต่อหลายภาค
ส่วนในประเทศไทย นินจาคาถาโอ้โฮเฮะได้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ "บูม" ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัท "เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์" ปัจจุบันออกมาแล้ว 53 เล่ม ส่วนภาคอะนิเมะในชื่อไทย "นารูโตะ นินจาจอมคาถา" เป็นลิขสิทธิ์ของ "โรส วิดีโอ" และเคยออกฉายทาง สถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ไทยพีบีเอส ในปัจจุบัน) และมีภาคมูฟวี่ 3 ภาค โดยปัจจุบันมีการฉายฉบับเสียงพากย์ภาษาไทยทาง ช่อง 5 และมีการฉายฉบับเสียงพากย์ภาษาไทย - อังกฤษผ่านทางช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ก (ทรูวิชั่นส์ ช่อง 32) โดยจะเรียกชื่อเรื่องว่า นารูโตะ และใช้ทีมพากย์ภาษาไทยของทาง การ์ตูนเน็ตเวิร์ก เอง และช่องรายการดาวเทียม "Gang Cartoon Channel" ทีมพากษ์โรส วิดีโอ
นารูโตะคือหนึ่งในการ์ตูนที่โด่งดังที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และได้รับความนิยมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในอเมริกาและยุโรป มีเนื้อหาเกี่ยวกับนินจา ศาสตร์เวทมนตร์ โดยมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นโบราณผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ปรัชญาและคำสอนที่กินใจ ปมฝั่งใจในวัยเด็กที่แตกต่างกันของแต่ละคนเชื่อมโยงสู่อตีตอย่างคาดไม่ถึง การเรียนรู้ถึงความเจ็บปวดของสงครามที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในจิตใจของมุษย์

เนื้อเรื่อง[แก้]

ปัจฉิมบท : วายุสลาตัน[แก้]

หลังจากออกเดินทางเพื่อฝึกวิชาสองปีครึ่ง อุซึมากิ นารูโตะและจิไรยะได้กลับมายังหมู่บ้านโคโนฮะ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น กลุ่มแสงอุษาได้เริ่มส่งนินจาออกไปเพื่อรวบรวมร่างสถิตกลับมาเพื่อดึงสัตว์หางเพื่อสร้างวิชามหาเวทย์จันทราเพื่อทำให้สัตว์หาง 9 ตัวรวมกลับไปเป็น 10 หางโดยอุจิวะ มาดาระ ได้กลับมากล่อมให้อุจิวะ อิทาจิ พาอุจิวะ ซาสึเกะมาให้ตน เมือซึนาเดะทราบความจึงเริ่มสั่งการให้อุซึมากิ นารูโตะ และเกะนินในหมู่บ้านออกไปเพื่อพาร่างสถิตอุซึมากิ นารูโตะ ไปหาร่างสถิติ 8 หาง เพื่อพัฒนาความสามารถและจิตใจ พร้อมทั้งอุจิวะ มาดาระ ได้พัฒนาเนตรให้กับอุจิวะ ซาสึเกะ ด้วยการนำเนตรของอุจิวะ อิทาจิมาใส่แทน และได้ประกาศสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 กับแคว้นนินจาทั้งหมด

Saint Seiya

เซนต์เซย์ย่า (ญี่ปุ่น聖闘士星矢 Seinto Seiya เซนโตะเซยะ ?) เป็นชื่อของหนังสือการ์ตูน ซึ่งแต่งขึ้นโดย มาซามิ คุรุมาดะ ซึ่งใช้กลุ่มดาวม้าบินมาเป็นตัวเอกของเรื่อง เนื่องจากม้าบินกำลังอยู่ในท่าทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ตรงกับภาพลักษณ์ของตัวเอกที่เขาได้คิดไว้นั่นเอง โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่ม 5 คนที่เรียกว่า เซนต์ (saint) ต่อสู้โดยใช้ร่างกายของตนเองเป็นอาวุธเพื่อปกป้องคิโดะ ซาโอริ ผู้เป็นอวตารของเทพีอะธีนา และต่อสู้กับทัพศัตรูแห่งความชั่วร้าย ในโลกร่วมสมัยที่มีบรรยากาศของเทพปกรณัมกรีก
ในประเทศญี่ปุ่น เซนต์เซย์ย่าลงตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ และออกเป็นหนังสือรวมเล่มจำนวน 28 เล่มจบ ส่วนในประเทศไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจได้รับสิทธิ์ในการตีพิมพ์ฉบับรวมเล่ม นอกจากภาคหลักแล้ว เซนต์เซย์ย่ายังได้รับการแต่งภาคเสริมขึ้นอีกหลายภาคด้วยกัน ได้แก่ ภาค Episode G , Next Dimension และ The Lost Canvas
เซนต์เซย์ย่าถูกสร้างขึ้นในรูปแบบของอะนิเมะ และออกฉายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2529 โดยบริษัท โตเอแอนิเมชัน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจนได้ออกอากาศติดต่อกันนานเกือบ 3 ปี นอกจากนี้ยังได้แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในประเทศต่าง ๆ อีกหลายประเทศ ทั้งในแถบเอเชียด้วยกัน เช่น ประเทศจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ประเทศแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา ละตินอเมริกา รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งมีการนำเซนต์เซย์ย่ามาออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2531 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 โดยใช้ชื่อว่า "เซย่า เทพบุตรหมัดดาวหาง" จากนั้นก็ได้ออกอากาศซ้ำอีกในปี พ.ศ. 2547 ทางสถานีโทรทัศน์ยูบีซี (ทรูวิชั่นส์ ในปัจจุบัน) และมีการนำออกวางจำหน่ายในรูปแบบวีซีดีโดย บริษัท การ์ตูนอินเตอร์ จำกัด ด้วย นอกจากนี้เซนต์เซย์ย่ายังได้รับการดัดแปลงเป็นสื่อในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ภาพยนตร์ ละครเวที เกม และของเล่นต่าง ๆ

เนื้อเรื่อง[แก้]

เนื้อเรื่องของเซนต์เซย์ย่านั้น ในฉบับมังกะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ภาค ด้วยกัน ได้แก่ ภาคศึก12 ราศีภาคโพเซดอน และภาคฮาเดส แต่ในอะนิเมะนั้น ได้เพิ่มภาคอาสการ์ดเข้ามา ซึ่งเป็นภาครอยต่อระหว่าง ภาคศึก 12 ราศีและภาคโพเซดอน นอกจากนี้ ยังได้มีการแต่งเนื้อเรื่องเพิ่มขึ้นมาในภายหลังอีกหลายภาคด้วยกัน สำหรับเนื้อเรื่องย่อของภาคต่าง ๆ มีดังนี้

ภาคศึก 12 ราศี (Sanctuary Chapter)[แก้]

เหล่าบรอนซ์เซนต์ทั้ง 10 คน ที่เข้าร่วมในศึกกาแล็คเซียนวอร์ส
หลังจากที่ไอโอลอสได้ช่วยเหลือเอธนาที่ยังเป็นเพียงเด็กทารกจากการลอบสังหารของเคียวโก (เจมินี่ ซากะ) แล้ว ไอโอลอสได้ฝากเอเธน่าและชุดคล็อธซาจิทาเรียสไว้กับคิโด มิสึมาสะเป็นผู้ดูแล เนื้อเรื่องหลังจากนั้นของภาคแซงค์ทัวรี อาจจะแบ่งย่อย ๆ ได้เป็น
  • ศึกกาแล็คเซียนวอร์ส
เริ่มต้นจากการคัดเลือกเหล่าเด็กกำพร้า 100 คน จากสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้วส่งไปฝึกฝนเพื่อให้ได้เป็นเซนต์ โดยมีผู้ที่สามารถฝึกสำเร็จจนได้เป็นบรอนซ์เซนต์ (Bronze saint) เพียง 10 คนเท่านั้น หลังจากนั้น คิโดะ ซาโอริจึงได้จัดการประลองขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า "ศึกกาแล็คเซียนวอร์ส" ซึ่งเป็นการประลองระหว่างบรอนซ์เซนต์ทั้ง 10 คน เพื่อหาผู้ชนะที่จะได้ครอบครองชุดคล็อธซาจิทาเรียส ในระหว่างการต่อสู่ระหว่างเหล่าเซนต์นั้น ฟินิกซ์ อิคคิ บรอนซ์เซนต์คนที่ 10 ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา พร้อมกับเหล่าแบล็คเซนต์ แล้วได้ขโมยชิ้นส่วนของชุดคล็อธซาจิทาเรียสไป ดังนั้น พวกเซย์ย่าจึงมีหน้าที่ที่จะต้องนำชุดคล็อธซาจิททาเรียสกลับคืนมาให้ได้[6]
  • การต่อสู้กับแบล็คเซนต์
หลังจากที่แบล็กเซนต์ได้ขโมยเอาชุดคล็อธซาจิททาเรียส พวกเซย์ย่าได้เดินทางไปยังภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นจุดที่เหล่าแบล็คเซนต์ (Black Saint) อยู่ พวกเซย์ย่าได้ต่อสู้กับอิคิและเหล่าแบล็คเซนต์จนสามารถนำชุดคล็อธซาจิทาเรียสกลับคืนมาได้ หลังจากการต่อสู้นั้น ภูเขาฟูจิก็ได้ถล่มลงมาซึ่งเป็นฝีมือของซิลเวอร์เซนต์ (Silver Saint) ที่ได้รับคำสั่งจากเคียวโกให้มากำจัดพวกเซย์ย่า นั่นเอง แต่พวกเซย์ย่าก็สามารถหนีออกมาจากใต้ภูเขาได้โดยความช่วยเหลือของ อาริเอส มู[7]
  • การต่อสู้กับซิลเวอร์เซนต์
ซิลเวอร์เซนต์ปรากฏตัวขึ้นหลังจากการต่อสู้กับเหล่าแบล็คเซนต์เพื่อกำจัดพวกเซย์ย่าตามคำสั่งของเคียวโก แต่พวกเซย์ย่าก็สามารถกำจัดเหล่าซิลเวอร์เซนต์ที่ถูกส่งมาได้ถึง 10 คน ซึ่งในบรรดาเหล่าซิลเวอร์เซนต์ที่ถูกส่งมานั้น ก็มีมารีนและไชน่าที่ได้ให้ความช่วยเหลือพวกเซย์ย่าในการต่อสู่ครั้งนี้ด้วย เมื่อซิลเวอร์เซนต์ที่เคียวโกส่งมาถูกกำจัดลง เคียวโกจึงได้ส่งโกลด์เซนต์ (Gold Saint) ไอโอเลีย มากำจัดเซย์ย่า ซึ่งจากการเดินทางมากำจัดเซย์ย่าในครั้งนี้ ทำให้ไอโอเลียได้รู้ความจริงว่าคิโดะ ซาโอรินั้น เป็นร่างจุติของเอเธน่าที่ไอโอลอสได้ช่วยชีวิตไว้เมื่อ 13 ปีก่อนนั่นเอง [8]
  • การต่อสู้กับเหล่าโกลด์เซนต์
เอเธน่าตัดสินใจเดินทางไปยังแซงค์ทัวรี่เพื่อเข้าพบเคียวโก แต่เอเธน่าได้ถูกลูกศรทองคำของซิลเวอร์เซนต์ ซาจิตต้า เทรมี่ ปักเข้าที่หัวใจ ซึ่งพวกเซย์ย่าจะต้องบุกเข้าไปยัง 12 ปราสาทแห่งแซงค์ทัวรี่ภายใน 12 ชั่วโมง เพื่อพาเฮียวโกมามาช่วยเหลือเอเธน่าให้ปลอดภัย ปราสาท 12 แห่งของแซงค์ทัวรี่นั้นมีเหล่าโกลด์เซนต์ 12 คนเป็นผู้ดูแลประจำแต่ละปราสาท ดังนั้น การที่จะขึ้นไปยังเทวสถานอาธีน่านั้น จำเป็นต้องล้มโกลด์เซนต์ทั้ง 12 คนไปให้ได้เสียก่อน ซึ่งไม่มีใครสามารถทำได้ตั้งแต่สมัยเทพนิยาย อย่างไรก็ตาม อาริเอส มู ได้แนะนำให้พวกเซย์ย่าปลุกพลังเซเว่นเซนส์ (Seventh Sense) ซึ่งเป็นพลังคอสโมสูงสุดขึ้นมา พวกเซย์ย่าสามารถปลุกพลังเซเว่นเซนส์และสามารถผ่านปราสาททั้ง 12 แห่ง และสามารถเอาชนะเคียวโก (เจมินี่ ซากะ) จนไปถึงเทวสถานอาธีน่าและใช้โล่ที่รูปปั้นอาธีน่าช่วยชีวิตคิโดะ ซาโอริเอาไว้ได้ ในการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้โกลด์เซนต์บางส่วนได้เสียชีวิตไป ได้แก่ เจมินี่ ซากะแคนเซอร์ เดธมาสค์แคปริคอร์น ชูร่าอควอเรียส คามิว และ พิสซิส อโฟรดิตี้ ส่วนเหล่าโกลด์เซนต์ที่เหลือก็ได้ถวายความจงรักภักดีต่อเอเธน่า[9]

ภาคศึกอัศวินแห่งแอสการ์ด[แก้]

ภาคศึกอัศวินแห่งแอสการ์ด เป็นเนื้อเรื่องที่แต่งขึ้นมาสำหรับภาคอะนิเมะ ไม่มีในมังงะ โดยเนื้อเรื่องเริ่มขึ้นหลังเสร็จสิ้นจากศึก 12 ปราสาทแห่งแซงค์ทัวรี่ โดยโพราลีส ฮิลด้า ผู้ปกครองแคว้นแอสการ์ด ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเทพเจ้าโอดีน ถูกอำนาจของ "แหวนนีเบอลุง" เข้าครอบงำ ซึ่งทำให้ฮิลด้ามีความต้องการที่จะครอบครองแซงค์ทัวรี่และพื้นพิภพทั้งหมด โดยมีก็อดวอริเออร์ทั้ง 7 เป็นผู้คุ้มครอง เอเธน่าได้เดินทางมายังแอสการ์ดเนื่องจากรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น และได้เสียสละตนทำหน้าที่ยับยั้งการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก เพื่อช่วยโลกและเอเธน่าพวกเซย์ย่าจึงต้องรวบรวมโอดีนแซฟไฟร์ซึ่งจะได้มาโดยการกำจัดเหล่าก็อดวอริเออร์ทั้ง 7 คน เพื่อนำมาใช้ถอดแหวนนีเบอลุงออกจากนิ้วของฮิลด้าให้ได้ภายในเวลาครึ่งวัน หลังจากที่พวกเซย์ย่าสามารถโค่นก็อดวอริเออร์ทั้ง 7 คนและรวบรวมโอดีนแซฟไฟร์ครบ 7 เม็ดแล้ว เซย์ย่าก็ได้ใช้โอดีนแซฟไฟร์ปลุก "ชุดโอดีนโร้บ" ขึ้นและใช้ดาบของโอดีนโร้บทำลายแหวนนีเบอลุงที่นิ้วของฮิลด้าได้สำเร็จ โดยที่แท้จริงแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเป็นแผนของเจ้าสมุทรโพเซดอนนั่นเอง[10]

ภาคศึกเจ้าสมุทรโพเซดอน[แก้]

ด้วยอำนาจของเทพสมุทรโพไซดอนได้ทำให้เกิดฝนตกอย่างหนักบนโลก และเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหลายแห่ง โดยโพเซดอนหวังว่าจะให้น้ำท่วมโลกเพื่อกำจัดมนุษย์ และให้พื้นพิภพปกครองโดยเหล่าเทพเจ้าอีกครั้ง เพื่อยุติภัยพิบัติครั้งนี้ เอเธน่าจึงได้เดินทางไปพบโพเซดอนที่วิหารใต้ท้องมหาสมุทร และได้เสียสละตัวเองเข้าไปในเสาเมนเบรดวินเนอร์เพื่อรองรับน้ำฝนจากบนโลกให้มาตกภายในเสานี้เท่านั้น พวกเซย์ย่าจึงต้องช่วยเอเธน่าให้ออกมาจากเสาเมนเบรดวินเนอร์ให้ได้ก่อนที่อาธีน่าจะจมน้ำตาย โดยการกำจัดเหล่ามารีเนอร์ทั้ง 7 คน รวมทั้งโค่นเสาค้ำมหาสมุทรที่เหล่ามารีเนอร์คุ้มครองอยู่ด้วย โดยใช้อาวุธของชุดคล็อธไลบร้า เมื่อพวกเซย์ย่าสามารถโค่นมารีเนอร์และทำลายเสาค้ำมหาสมุทรทั้ง 7 ต้นได้แล้ว จึงบุกเข้าไปยังวิหารโพเซดอนเพื่อทำลายเสาเมนเบรดวินเนอร์ แต่ถูกโพเซดอนขัดขวางไว้ ซึ่งเหล่าโกลด์เซ็นต์ได้ส่งชุดคล็อธซาจิททาเรียส ชุดคล็อธไลบร้า และชุดคล็อธอควอเรียสมาช่วยเหลือ พวกเซย์ย่าได้รวมรวบพลังไปยังลูกธนูของซาจิททาเรียสแล้วยิงเข้าใส่โพเซดอนทำให้โพเซดอนได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นก็ได้เข้าทำลายเสาเมนเบรดวินเนอร์และช่วยเหลือเอเธน่าได้สำเร็จ เอเธน่าจึงใช้คนโทกักวิญญาณของโพเซดอนไว้อีกครั้งหนึ่ง[11]

ภาคศึกเทพเจ้าฮาเดส[แก้]

เนื้อเรื่องของภาคฮาเดสนั้นเริ่มต้นจากพลังของเอเธน่าที่ใช้ผนึกเหล่าสเป็คเตอร์ไว้หลังจากการต่อสู้ในสงครามศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 243 ปีก่อนนั้น ได้เสื่อมลง ซึ่งทำให้เหล่าสเป็คเตอร์ภายใต้การนำของฮาเดส เทพเจ้าแห่งยมโลก (โลกหลังความตาย) ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง เนื้อเรื่องหลังจากนั้นของภาคศึกเทพเจ้าฮาเดส อาจแบ่งย่อยได้ ดังนี้
  • ภาคแซงก์ทัวรี (The Hades Chapter - Sanctuary)
หลังจากการคืนชีพของเหล่าสเป็คเตอร์ภายใต้การนำของฮาเดสนั้น ฮาเดสได้ใช้พลังทำให้เหล่าโกลด์เซนต์ที่เสียชีวิตไปแล้ว ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง โดยจะมีเวลาอยู่บนโลกได้ 12 ชั่วโมงเพื่อไปนำศีรษะของอาธีน่ามาให้ตน เหล่าโกลเซนต์ภายใต้การนำของอาริเอส ชิออนซึ่งเป็นอดีตเคียวโก จึงได้บุกเข้า 12 ปราสาทแห่งแซงค์ทัวรี่เพื่อขึ้นไปยังวิหารอาธีน่า ในระหว่างการต่อสู้นั้น ทอรัส อัลเดบารัน และ เวอร์โก้ ชากะ ได้เสียชีวิตลง แต่ชากะได้เขียนคำว่า "อารายาชิกิ" ลงบนกลีบดอกไม้ให้พัดพาไปถึงอาธีน่า โดยต้องการบอกให้อาธีน่าเข้าใจถึงการตายของเขาในครั้งนี้เพื่อทำการปลุกสัมผัสที่ 8 หรือ เอทเซนส์ (Eighth Sense) ซึ่งจะทำให้มนุษย์ที่ยังมีชีวิตสามารถลงไปยังยมโลกได้ เมื่ออาธีน่าทราบถึงเจตนาของชากะ จึงได้สั่งให้นำพวก เซ็นต์จิมินี่ คาน่อน น้องฝาแฝดของ เซ็นต์จิมินี่ ซากะ มาพบตน และได้ใช้กริชทองคำที่ซากะเคยคิดใช้สังหารอาธีน่าเมื่อ 13 ปีก่อนปลิดชีพตนเอง หลังจากนั้น อาริเอส ชิออนจึงได้บอกความจริงทั้งหมดแก่พวกเซย์ย่าว่า เจตนาที่แท้จริงของเหล่าโกลด์เซนต์ที่คืนชีพมาในครั้งนี้ก็เพื่อใช้เลือดของอาธีน่าปลุกชุดคล็อธแห่งอาธีน่านั่นเอง หลังจากการตายของอาธีน่านั้น พวกเซย์ย่าพร้อมกับเหล่าโกลด์เซนต์ที่เหลือได้บุกไปยังปราสาทฮาเดส และพวกเซย์ย่าได้ปลุกสัมผัสที่ 8 ขึ้นมาเพื่อลงไปยังยมโลกทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สำเร็จ [12]
  • ภาคยมโลก (The Hades Chapter - Inferno)
หลังจากเข้าสู่ยมโลก พวกเซย์ย่าได้แยกเป็น 2 กลุ่ม โดยเซย์ย่าและชุนได้เดินทางไปด้วยกัน ส่วนชิริวและเฮียวงะก็แยกไปอีกเส้นทาง โดยทั้ง 2 กลุ่มเดินทางมุ่งไปยังนรกขุมต่าง ๆ และได้กำจัดเหล่าสเป็คเตอร์ประจำขุมนรกต่าง ๆ ลง เซย์ย่าและชุนได้พบกับไลรา โอฟี ซิลเวอร์เซนต์อีกคนที่พลังเทียบเท่าโกลด์เซ็นต์แต่ต้องอยู่ในนรกเพื่อบรรเลงพิณให้ฮาเดสฟัง ด้วยความช่วยเหลือของโอฟี ทำให้เซย์ย่าและชุนบุกเข้าถึงปราสาทที่พักของฮาเดสได้ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันโดยชุนได้กลายเป็นร่างสถิตของฮาเดส แต่ด้วยความช่วยเหลือของอาธีน่าทำให้วิญญาณของฮาเดสที่เข้าสิงรางของชุนนั้นกลับไปสู่เอริเชี่ยน อาธีน่าจึงตามฮาเดสไปสู่อาริเชี่ยน ทว่าพวกเซย์ย่าไม่สามารถไปสู่เอริเชี่ยนได้เพราะมีกำแพงวิปโยคขวางกั้นอยู่ พวกเซย์ย่าพยายามจะทำลายกำแพงนั้นแต่ไร้ผล และในขณะนั้นเอง วิญญาณของโกลด์เซนต์ทั้ง 7 คนที่เสียชีวิตไปแล้วก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าของกำแพงวิปโยค เมื่อเห็นดังนั้น โกลด์เซนต์อีก 5 คนที่ยังมีชีวิตได้แก่ โดโก มู มิโร่ ไอโอเรีย และคาน่อน จึงได้เสียสละชีวิตของตนไปพร้อมกับวิญญาณของเพื่อนโกลด์เซนต์ทั้ง 7 เพื่อทำลายกำแพงนั้นลง ทำให้พวกเซย์ย่าสามารถเดินทางไปยังเอริเชี่ยนได้[13]
  • ภาคเอลิเซี่ยน (The Hades Chapter - Elysion)
หลังจากเซย์ย่า ชิริว เฮียวงะ ชุน และอิกกิ เดินทางมาสู่เอริเชี่ยนแล้ว ได้ต่อสู้กับทานาทอสและฮิปนอส ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ยอมสยบแก่ฮาเดส พวกเซย์ย่าไม่สามารถสู้กับทานาทอสและฮิปนอส แต่ด้วยเลือดของอาธีน่าทำให้ชุดคล็อธที่แตกละเอียดของทั้ง 5 คนกลับคืนชีพอีกครั้งกลายเป็น "ชุดก็อดคล็อธ" ทำให้พวกเซย์ย่าสามารถกำจัดทานาทอสและฮิปนอสลงได้ หลังจากนั้นพวกเซย์ย่าจึงได้ต่อสู่กับฮาเดส และสามารถมอบชุดคล็อธให้อาธีน่าสวมได้สำเร็จ อาธีน่าจึงใช้คทาทองคำของตนกำจัดฮาเดสลงได้ในที่สุด[14]